ยินดีต้อนรับทุกท่านนะค่ะ โอกาสหน้าแวะมาเยี่ยมเราอีกนะค่ะ ที่นี้เลย www.happy-111.blogspot.com

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิว แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

สิว เป็นเรื่องธรรมชาติ จริงๆ

สิวเป็นเรื่องธรรมชาติ ของวัยรุ่น

สุขภาพทางเพศของวัยรุ่นนับเป็นองค์ประกอบหนึ่งของอนามัยการเจริญพันธุ์
สุขภาพทางเพศวัยรุ่นมีหลายประการ ดังนี้
สิว แม้ว่าสิวจะเป็นเรื่องธรรมชาติที่มักเกิดขึ้นกับวัยรุ่น แต่ก็ทำให้วัยรุ่นวิตกกังวล
ไม่มากก็น้อย สิวมักเกิดขึ้นบนใบหน้า วัยรุ่นจะสนใจเรื่องรูปร่างหน้าตาของตนเองมาก
เมื่อวัยรุ่นมีสิวบนใบหน้าก็ย่อมวิตกกังวลเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้ต้องหาวิธีรักษาและป้องกัน
ไม่ให้เป็นปัญหาดังกล่าว การที่สิวมักเกิดขึ้นกับวัยรุ่นมากกว่าวัยอื่น ๆ


เนื่องจากร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนและต่อมไขมันทำงานมากกว่าวัยอื่น ๆ นอกจากสิว
จะเกิดขึ้นบนใบหน้าแล้วยังอาจเกิดขึ้นที่หน้าอก แผ่นหลัง และต้นแขนอีกด้วย แต่ก็
เป็นส่วนน้อยมาก


สาเหตุของการเกิดสิว สิวเกิดจากการอุดตันของท่อไขมันใต้ผิวหนังและรูขุมขน
ที่มีอยู่มากมายตามร่างกาย ต่อมไขมันจะทำหน้าที่ผลิตของเหลวที่มีลักษณะเป็นไขมัน
เรียกว่า ซีบัม
ซีบัม ซึ่งปกติซีบัมนี้จะถูกระบายมาทางรูขุมขน แต่ถ้าท่อไขมันซึ่งอยู่ใต้ผิวหนังรู
ขุมขน มีอาการอุดตันเกิดขึ้น ก็จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังและในรูขุมขน
แล้วโผล่ผิวหนังขึ้นมาจนกลายเป็นหัวสิว ถ้าเกิดการอักเสบหัวสิวจะมีสีแดงและมีอาการเจ็บ
ที่หัวสิว แต่ไม่อักเสบก็จะเป็นหัวสิวธรรมดามองเห็นได้ชัดเจนแต่ไม่เจ็บ


การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเกิดสิวและเมื่อเกิดสิว มีดังนี้

1. ล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ ในเวลาเช้าและก่อนเข้านอน ส่วนเวลากลางวันถ้า
ใบหน้ามีไขมันมากควรล้างอีกครั้งหนึ่ง
2. พักผ่อนให้เพียงพอ หางานอดิเรกและกิจกรรมนันทนาการทำในยามว่าง เพื่อให้
มีจิตใจสบาย ร่าเริง แจ่มใส ไม่เครียด
3. ถ้าจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอางควรใช้เครื่องสำอางที่มีน้ำมันต่ำ อาจใช้เครื่องสำอาง
ประเภทสมุนไพรก็ได้เพราะจะไม่มีน้ำมัน
4. ใช้ผ้าสะอาดเช็ดหน้า ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้าซ้ำเป็นเวลานานและไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น
5. รักษาความสะอาดของผิวหนังให้ดีโดยเฉพาะใบหน้า อย่าปล่อยให้ใบหน้าสกปรก
6. ถ้ามือไม่สะอาดไม่ควรให้ไปสัมผัสบริเวณใบหน้า
ขอบคุณที่มาของบทความ สิว เป็นเรื่องธรรมชาติ

สมุนไพร รักษาสิว


สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวมาจากหลายปัจจัย เช่น อารมณ์ที่ทำให้เกิดสิวได้ เครียดมากสิวก็เห่อ หรือ
อาหารบางอย่างก็ทำให้เป็นสิวได้เหมือนกัน เครื่องสำอางค์ ถ้าใช้แล้วแพ้ ล้างไม่สะอาด ไปอุดตันรูขุมขน ก็ทำให้เป็นสิวได้เช่นกัน

สาว ๆ หลายคนสนใจสมุนไพรเพราะเห็นว่าจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

และสมุนไพรที่จะแนะนำในการรักษาสิว คือ "ว่านหางจระเข้" เพราะมีสรรพคุณของการรักษาสิวได้

ส่วนที่นำมาให้คือ วุ้น ไม่ใช้ยางเหลือง ๆ นะ อันนั้นอันตรายค่ะ

เอ้อ.. ลืมบอกไปว่า สูตรรักษาสิวด้วยว่างหางจระเข้เนี่ย ไม่เหมาะกับคนหน้าแห้นะคะ เพราะถ้านำมาใช้เดี่ยว ๆ จะทำให้หน้าแห้งไปอีก

ผิวแห้งใช้ไง
ถ้าจะเอามาใช้ควรนำไปผสมกับน้ำมันมะกอกหรือไข่แดง คนแรง ๆ ให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวแล้วนำมาพอกหน้า ทิ้งไวว้สักพักแล้วล้างออก หน้าจะใส ชุ่มชื่นคะ

ผิวมันละทำไง
คนผิวหน้ามัน ให้นำว่านที่ตัดใหม่ ๆ ไปแช่น้ำให้ยางสีเหลืองไหลออกหมดก่อน เอาวุ่นมาพอกหน้าสักพัก หน้าจะตึง รูขุมขนจะถูกบีบให้เล็กลง ความมันบนใบหน้าจะลดลงคะ

แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบ อย่านะ อย่าใช้ว่างหาง เพราะจะทำให้เกิดอาการติดเชื้อได้ง่าย
และใครที่กังวลเรื่องฝ้า ควรใช้ว่างหางเป็นประจำจะดีเพราะเป็นการป้องกันที่ดี สามารถนำมาทาเพื่อป้องกันรังสี UV ได้ ปัญหาฝ้าก็จะลดลงได้คะ

และไม่ใช่เฉพาะแค่ว่างหางจระเข้ที่ช่วยรักษาสิว ผิวหน้าได้เท่านั้นนะคะ สมุนไพรตัวอื่นก็ใช้ได้เช่นกันคะ อย่างเช่น


หอมแดง โดยเอาหอมแดงมาฝานเป็นแว่นบาง ๆ ทาบริเวณที่เป็นสิว รอยด่างดำ ทาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก ใช้เป็นประจำรอยสิวจะหายไปคะ

กล้วยหอม.. นอกจากจะกินได้อร่อยและมีประโยชน์แก่ร่างกายแล้ว ก็ยังมีประโยชน์ต่อผิวพรรณเหมือนกันนะคะ โดยนำกล้วยหอม 1 ลูก ปั่นกันน้ำผึ้ง พอกหน้าไว้ 15-20 นาที ล้างออกจะทำให้หน้าตาผิวพรรณสดใส
ส่วนมะนาว ก็นำมาล้างหน้าแทนสบู่หรือโฟมได้

ไข่ขาว 1 ช้อนชา ผสมกับดินสอพอง 2 เม็ดใหญ่ มะนาว น้ำผึ้ง 1 ช้อน น้ำมันมะกอก ผสมให้เข้ากัน จะได้ครีมข้นนำมาพอกหน้าและตัว พอกกัน 20-30 นาทีแล้วล้างออก ทำวันเว้นวัน ...แค่เนี้ย ผิวก็จะเนียนนุ่ม นุ่มเนียนแล้วคะ

ที่มาของบทความ รักษาสิว สไตล์วัยรุ่น แบบประหยัด
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=oop-ib&month=08-2007&date=14&group=1&gblog=19

สูตรสมุนไพรรักษาสิว อบเชยและน้ำผึ้งแก้สิว

อบเชย น้ำผึ้ง

อบเชย แม้โดยทั่วไปอบเชยจะเป็นที่รู้จักในนามเครื่องเทศที่ใช้ในการแต่งกลิ่นและรสของอาหาร แต่น้อยคนจะรู้ว่าอบเชยนั้นมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์

น้ำผึ้ง เนื่องจากน้ำผึ้งประกอบไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติ จึงทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย น้ำผึ้งทำปฏิกิริยาทางเคมีกับน้ำในร่างกาย จะได้สารที่มีลักษณะเดียวกับไฮโดรเจนเอร์ออกไซด์ซึ่งใช้เป็นยาฆ่าเชื้อโรค

มาเข้าสูตรกันดีกว่า

1. ใช้อบเชยผงครึ่งช้อนชา ผสมกับน้ำผึ้งแท้ 1-2 ช้อนชา

2. คนผสมจนเข้ากันดี ก่อนใช้ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดหน้าให้แห้ง

3. นำส่วนผสมที่ได้แต้มบนผิวบริเวณที่เป็นสิว

4. ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำติดต่อกัน 2-4 วัน สิวจะยุบลง


ขอแถมเคล็ดลับอีกหน่อยเพื่อช่วยให้สวยได้เร็วทันใจ คือ หยุดอาหารหวานมัน และฟาสต์ฟู้ดส์ต่างๆ แล้วหันมากินผักผลไม้มากขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนเป็นเวลาเพื่อสร้างสมดุลให้ร่างกาย อะไรๆ ก็สู้สวยแบบสุขภาพดีจากภายในไม่ได้หรอกค่ะ

ขอบคุณเนื้อหาดีดีจาก ชีวจิตออนไลน์

ขจัดสิวออกไป เผยผิวใส ได้อย่างไร


อันดับแรกเราควรรู้ก่อนว่า สิวคืออะไร

เมื่อพูดถึงสิว เราเราควรจะมาทำความรู้จักกันมันก่อนค่ะว่า มันคือสภาวะที่เกิดขึ้นใต้ผิวหนังของเรา มันถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นโดยฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งมีอยู่ทั้งในตัวผู้หญิงและผู้ชาย ฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นต่อมไขมัน ให้ผลิตไขมันมากเกินความจำเป็น น้ำมันที่มากนี้จะก่อให้เกิดท่อ ซึ่งนำน้ำมันไปสู่รูขุมขน และจะขจัดเซลออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อท่อนี้ถูกอุดตันโดยเซลเสื่อมสภาพ แบคทีเรีย และน้ำมันภายใต้ชั้นผิว จะเกิดสิวหัวขาว และเมื่อมันไปอุดตันที่ชั้นผิวภายนอก จะเกิดสิวหัสดำ หรือก่อนที่สิวจะปรากฏให้เห็น สิวหัวขาวอาจจะเกิดขึ้นรอบ ๆ ผิว ผลก็คือผิวบวมขึ้น และกลายเป็นสิวเม็ดใหญ่สีเข้ม

สิวเกิดขึ้นในทุกวัยหรือไม่

จริง ๆ แล้วเรื่องของการเกิดสิว ไม่เกี่ยวกับอายุ แนวโน้มการเกิดสิวนั้นเป็นกรรมพันธุ์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราดูแลแก้ไขไม่ได้ สิวในผู้ใหญ่อาจจะถูกกระตุ้นให้เกิดอาการที่เลวร้ายลงไปได้ ด้วยองค์กระกอบหลาย ๆ อย่าง แต่ก็สามารถขจัดไปได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตบางอย่างเช่นกัน ส่วนสิวในวัยรุ่น แม่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่ก็สามารถควบคุมได้ ไม่ใช่การหลีกเลี่ยง แต่เป็นการดูแลผิวอย่างถูกต้องและเหมาะสม

ความแตกต่างของสิวในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่

การก่อตัวของสิวนั้นเหมือนกัน ทั้งในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ แต่มีสิ่งที่แตกต่างกัน 2 กรณีคือ สิววัยรุ่นเกิดกับวัยรุ่นถึง 85% และมักมีสาเหตุจากฮอร์โมน ซึ่งไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากผิดปกติ สิวจึงเกิดขึ้นทั่วใบหน้า ทั้งหน้าผาก แก้ม คาง บางราย ขึ้นไปถึงหลัง ไหล่ และหน้าอก แต่สำหรับสิวผู้ใหญ่ จะไม่รุนแรงเท่า และจะเกิดบริเวณรอบปาก คาง และแนวขากรรไกร ในขณะที่ระดับฮอร์โมนขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่สม่ำเสมอ ผู้หญิงส่วนหนึ่งจะมีสิว 8 -10 วันก่อนมีประจำเดือน หรือระหว่างการตั้งครรภ์ อีกกรณีหนึ่งเป็นเรื่องของวิถีการดำเนินชีวิต ประมาณว่าผู้หญิงเกือบครึ่ง ในช่วงอายุ 20 ต้น ๆ.. ถึง 50 ปี มีสิวบ้างในปริมาณน้อย แต่มักจะมีเหตุการณ์บางอย่างมาทำให้มันเป็นมากขึ้น

วิถีชิวิตแบบใดที่ทำให้เกิดสิว

สิวอาจจะเกิดจากความเครียด จากการทำงาน รวมถึงคนที่เป็นแม่ ความเครียดนั้นจะไปกระตุ้นต่อมอดรีนัล ซึ่งจะปล่อยฮอร์โมน ที่ทำให้เกิดการผลิตไขมันมากขึ้น การรับประทานยาคุมกำเนิดบ่งชนิดก็อาจทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน รวมไปถึงการใช้ครีมล้างหน้าและเครื่องสำอางค์ที่ไม่เหมาะกับผิว เช่น การใช้ครีมรองพื้นที่มีความมัน ครีมกันแดดที่มีความมัน จะไปอุดรูขุมขน บางรายใช้มอยซ์เจอไรเซอร์มากเกินไป ก็ทำให้เกิดสิวได้ แม้กระทั่งการเสียดสี เช่นการสวมหมวกกันน๊อก การถือหูโทรศัพท์แบนแก้ม หรือแม้กระทั่งการเท้าคาง ล้วนเป็นการเสียดสีทั้งนั้น

สิวป้องกันหรือกำจัดได้อย่างไร

ความสะอาดเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เราควรจะขจัดทุกสิ่งที่อยู่บนใบหน้าในแต่ละวันให้หมด ห้ามนอนโดยไม่ล้างเครื่องสำอางบนหน้าเด็ดขาด รวมถึงบรรดาไม่ว่าจะเป็นครีมกันแดด ที่ทาไว้ตั้งแต่ตอนกลางวันด้วย และอาจมีการทำความสะอาดรูขุมขนด้วยการขัดผิวบ้าง แต่ต้องหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นสิว นอกจากนั้น บางสิ่งบางอย่างที่หลาย ๆ คนมองข้าม ก็อาจะเป็นสาเหตุทีทำให้เกิดการระคายเคืองได้เหมือนกัน เช่น ผมที่มาปรกหน้า มือที่จับลูบคลำใบหน้า โดยนิ้วมือนี้เองเป็นสิ่งที่นำพาเอาเชื้อโรคและความสกปรกไปสู่ใบหน้า ดังนั้นจึงไม่ควรแคะ แกะ เกาผิว
ขอขอบคุณที่มาของบทความ เรื่อง สิวๆ

แหล่งที่มา » mcto

วิธีรักษา รอยดำ แผลเป็น จากสิว

รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว รักษายังไงดี ?

สิว…เรียกได้ว่าเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ในอันดับต้น ๆ ของสาว ๆ เลยนะคะ ยิ่งใครเป็นสิวอักเสบด้วยแล้ว แหม ไม่าอยากจะคิด เริ่มจากอาการบวมเป่ง แดงก่ำ มีหัวหนอง แล้วพอหนองแตกหรือหลุดออกไป ก็มักจะทิ้งร่องรอยเอาไว้บนใบหน้าของเราด้วย ยิ่งใครมีสิวอักเสบหลาย ๆ เม็ดขึ้นบนใบหน้า ก็ยิ่งจะทิ้งร่องรอยดำ ๆ ไว้เตือนความจำกันเสมอ

- วิธีแรก เรียกว่า Iontophoresis ซึ่งเป็นการผลักยาเข้าสู่ผิวหน้า โดยใช้กระแสไฟฟ้า ถ้าหากต้องการให้รอยดำจากสิวจางลง ก็อาจจะใส่กรดวิตามินเอ และวิตามินซีลงในระหว่างที่ทำได้ ในระหว่างการทำนั้น อาจจะรู้สึกจี๊ด ๆ ก็เพราะกระแสไฟฟ้าไหลผ่านผิวหน้าลงไป และวิธีการนี้ อาจจะทำให้เกิดอาการหน้าลอกได้เล็กน้อย

- การลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ (AHA peeling) เป็นการทากรดผลไม้ หรือ AHA ที่มีความเข้มข้นสูง วิธีนี้ ต้องทำกับแพทยืผู้เชี่ยวชายเท่านั้นนะคะ การลบรอบดำด้วยวิธีนี้ อาศัยหลักการที่ว่า AHA จะไปเร่งการผลัดเซลของหนังกำหร้า ทำให้เซลที่มีรอยดำหลุดไปเร็วขึ้น และมีการสร้างเซลใหม่ขึ้นมา ทำให้ดูขาวขึ้น แต่เป็นกระบวนการทำที่หนังกำหร้าเท่านั้น รอยดำที่อยู่บนชั้นหนังแท้ จะช่วยได้ไม่มากนัก และวิธีการนี้ ต้องทำต่อเนื่องกันนาน ข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรออกแดด

- การยิงเลเซอร์ลบรอยดำ (Pigmented Laser) เป็นวิธีที่ช่วยลบรอยดำได้เร็วที่สุด โดยแพทย์จะยิงเลเซอร์ไปบนรอยดำ หลังจากยิงเสร็จแผลจะตกสะเก็ด และจะหลุดออกไปเองใน 1-2 สัปดาห์ จากนั้นรอยดำจะจางลง แต่วิธีการนี้ มีราคาค่อนข้างสูง และต้องคอยหลบแดดหลังจากทำ เพราะแดดจะกระตุ้นเซลสร้างเม็ดสี ทำให้เกิดเป็นรอยดำ หลังจากสะเก็ดหลุดออกไปได้อีก

- ขัดผิวด้วยผงคริสตัล (Microdermabrasion) เป็นการใช้เครื่องหัวสูญญากาศดูดที่ผิวหน้าระหว่างที่หัวของเครื่องลากไปบนใบหน้า เครื่องจะปล่อยผงโลหะ Aluminium Oxidw ออกมาซึ่งจะไปขัดกับผิวหนังชั้นบน ๆ วิธีนี้นอกจากจะกระตุ้นคลอลาเจน ทำให้รอยหลุมสิวตื่นขึ้น หน้าใสเรียบขึ้นแล้ว ยังช่วยลดรอยดำจากสิวให้จางลงได้ด้วย แต่หลังจากใช้วิธีนี้ ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดและงดครีมทาผิวที่อาจจะก่อให้เกิดความระคายเคืองสัก 1- 2 วัน

เห็นไหมคะ แม้จะรักษาได้ แต่ก็ต้องใช้เวลา และความพยายามด้วย ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือการป้องกันไม่ให้เกิดสิวค่ะ และกรณีที่เป็นสิงอักเสบขึ้นมา ก็ต้องรีบรับการรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยลดปัญหาให้เบาบางลงได้ค่ะ

แหล่งที่มา : mcot 29/06/03

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

หน้าสวยใส ด้วยมะขามเปียก


สูตรผสมจากพืชผัก (มะขามเปียก)

สูตรผสม »

มะขามเปียก 1 ก้อน
ดินสอพอง (2-4 เม็ด)

วิธีผสม »

นำมะขามเปียกและดินสอพองมาขยี้รวมจนละเอียดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
จะได้เนื้อครีมข้นและเหนียว ใช้สำหรับนำมาพอกกับหน้าที่สะอาดแล้วก่อนเข้านอน
โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 10 -20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะรู้สึกผิวหน้าสดชื่น
และเต่งตึงขึ้นด้วยสูตรผสมนี้เป็นที่รู้จักกันดีทั่วไป สามารถนำมาขัดพอกผิว
หลังจากอาบน้ำทุกครั้งและทิ้งไว้ประมาณ 10 - 15 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
และไม่ต้องฟอกสบู่ตามก็ได้ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งภายในเวลาไม่ถึงเดือน
จะสังเกตเห็นว่าผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงจนสามารถสังเกตได้

หน้าสวยใส ด้วยแตงกวา


สูตรผสมจากพืชผัก (แตงกวา)
สูตรผสม » (แตงกวา)

แตงกวา 2-3 ผล
นมสด 1/2 ถ้วย


วิธีผสม » (แตงกวา)

นำแตงกวามาล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆปั่นรวมกับนมสด
จนละเอียดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้เนื้อครีมข้นและเหนียว
ใช้สำหรับนำมาพอกกับหน้าที่สะอาดแล้วก่อนเข้านอน โดยพอกทิ้งไว้
ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะรู้สึกผิวหน้าสดชื่น
และเต่งตึงขึ้นด้วยทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-5 ครั้งภายในเวลาไม่ถึงเดือน จะสังเกตเห็นว่าผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผิวกระชับ เปล่งปลั่ง และที่สำคัญก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงจนสามารถสังเกตได้

ว่านหางจระเข้ รักษาสิวทุกชนิด

ว่านหางจระเข้ รักษาสิวได้ดี

กลไกของการเกิดสิวนั้นมีด้วยกันหลายอย่าง เช่น อารมณ์ก็ทำให้เกิดสิวได้ เครียดมากก็สิวเห่อ อาหารบางอย่างก็ทำให่มีสิวได้เหมือนกัน เครื่องสำอางค์ยิ่งหนักถ้าใช้แล้วแพ้ ล้างไม่สะอาด ไปอุดรูขุมขน

การดูแลใบหน้าให้สวยเปล่งปลั่งนั้น ทางทีดีเราควรจะเริ่มตั้งแต่การป้องกันค่ะ ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วค่อยมารักษา ซึ่งปัจจุบันนิ้ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ หันมามอบความไว้วางใจให้กับสมุนไพรกันมากขึ้น ด้วยหวังว่ามันจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย


สมุนไพรอย่างหนึ่งที่พูดถึงกันมากในสรรพคุณของการรักษาสิวก็คือ ว่านหางจระเข้ค่ะ ซึ่งเป็นสมุนไพรจำพวกที่ใช้ใบ ภายในจะมีวุ้นใส ๆ และยางเหลือง ๆ ยางสีเหลืองตัวนี้ต้องระวังนะคะเพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ บางคนก็จะแพ้เป็นผิวผื่นคัน ซึ่งถ้าหากอยากทราบว่าเราจะแพ้หรือเปล่า ก็ให้นำว่านหางจระเข้ที่ตัดมาใหม่ ๆ ทางบริเวณท้องแขน ทิ้งไว้ประมาณ 3 -4 นาที ถ้ามีอาการคัน แปลว่าผิวเราแพ้

ส่วนใหญ่เราจะเห็นเขานิยมนำว่านหางจระเข้มาทาหน้า แต่ว่านชนิดนี้จะไม่เหมาะกับคนผิวหน้าแห้งนะคะ ถ้านำมาใช้เดี่ยว ๆ จะทำให้ผิวหน้าแห้งลงไปอีก ถ้าจะนำมาใช้ให้ผสมกับน้ำมันมะกอกหรือไข่แดง คนแรง ๆ ให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวนำมาพอกหน้าทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกผิวหน้าจะใส ชุ่มชื่นค่ะ แต่สำหรับคนที่ผิวมันให้นำว่านที่ตัดใหม่ ๆ ไปแช่น้ำให้ยางสีเหลืองไหลออกหมดก่อนแล้วให้ลอกเอาเฉพาะวุ้นที่อยู่ข้างในมาทาหรือพอกหน้าไว้สักพัก หน้าจะตึง รูขุมขนจะถูกบีบให้เล็กลง ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลงได้ค่ะ

ส่วนใครที่เป็นสิวอักเสบ ก็ไม่ควรใช้ว่านหางจระเข้เช่นกันนะคะ เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ใครที่มีความกังวลเรื่องฝ้า การใช้ว่านหางจระเข้แม้จะไม่ใช่การรักษา แต่เป็นการป้องกันที่ดีค่ะ เราสามารถนำมาทาเพื่อป้องกันรังสี UV ได้ ซึ่งเมื่อใช้เป็นประจำก็จะทำให้ปัญหาเรื่องฝ้าลดน้อยลง

นอกจากว่านหางจระเข้แล้ว ยังมีสมุนไพรอื่น ๆ อีกที่เราสามารถนำมาใช้บำรุงผิวหน้าได้ อย่างเช่น หอมแดง เมื่อเรานำมาฝานเป็นแว่น ๆ บาง ๆ นำไปทาบริเวณที่เป็นสิว รอยด่างดำ ทาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก ใช้เป็นประจำรอยสิวจะหายไปค่ะ

กล้วยหอม ก็มีประโยชน์ต่อผิวพรรณเช่นกัน ถ้าเรานำกล้วยหอม 1 ผล ไปปั่นกันน้ำผึ้ง ? ถ้วย นำมาพอกหน้าไว้ 15-30 นาที แล้วล้างออกจำทำให้หน้าตาผิวพรรณสดใส ส่วนมะนาว นำมาใช้ประโยชน์ในการดูแลใบหน้าได้มากทีเดียวค่ะ เราใช้มะนาวล้างหน้าแทนสบู่หรือโฟมได้ หรืออาจจะใช้ไข่ขาว 1 ช้อนชา ดินสอพอง 2 เม็ดใหญ่ มะนาว ? ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อน น้ำมันมะกอก ? ช้อนชา ผสมให้เข้ากันจะได้ครีมข้นนำมาพอกหน้า พอกตัวประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก ทำวันเว้นวัน ไม่นานค่ะ ผิวพรรณจะใสนุ่มเนียน

ที่สำคัญอย่ารีบร้อนในการรักษาและให้เห็นผลเร็วเกินไปนะจ๊ะ เพราะอย่างที่เราๆรู้กันว่า สมุนไพร อาจจะต้องค่อยๆ ใช้เวลาในการรักษาหน่อย

ที่มา mcot